Banner Godaddy

$4.29 .Com with Free Private Registration at GoDaddy.com!

26 พฤศจิกายน 2555

กาแฟ มันมีดีอะไร ?

 หลังจากตื่นนอนตอนเช้าได้กาแฟหอมๆสักแก้ว

จะรู้สึกกระชุ่มกระชายตลอดทั้งเช้า บางท่านรับกาแฟและขนมบางอย่างเป็นอาหารเช้า หลังจากทำงานก็
ยังมี coffee break บางท่านยังดื่มหลังอาหารเที่ยงและตอนสายๆ ยิ่งต้องเข้าประชุมกาแฟหอมๆสักแก้วจะทำให้สดชื่นหายง่วง


ปัจจุบันการดื่มกาแฟเป็นที่นิยมการอย่างแพร่หลายตามปั้มน้ำมัน

ตามห้างสรรพสินค้ามีการขายอย่างมากมาย จะเห็นได้ว่ากาแฟเป็นส่วนหนึ่งหรือบางคนอาจจะเป็นส่วนสองส่วนสามของชีวิตประจำวัน

แต่จะมีใครกังวลหรือไม่ว่าที่เราดื่มทุกวันวันละหลายแก้วแล้วมันมีโทษ หรือคุณประโยชน์อะไรบ้าง หากคุณเป็นคอกาแฟคุณควรจะอ่านบทความนี้


ส่วนประกอบที่สำคัญของกาแฟ

ส่วนประกอบที่สำคัญของกาแฟคือ

caffeine หรือมีชื่อทางเคมีว่า 1,3,7-trimethylxanthine ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของยาขยายหลอดลม theophylline

caffeine สามารถพบได้ในหลายชนิด ได้แก่

เมล็ดคา
เมล็ดกาแฟ
ใบชา
โคลา
caffeine

ถูกผสมลงในน้ำอัดลม ยาแก้หวัดบางชนิด ยาแก้ปวด ยาลดน้ำหนัก


เครื่องชงกาแฟจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วหลังจากที่เราดื่มเครื่องชงกาแฟ

และจะถูกขับออกไปครึ่งหนึ่งในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกาแฟจะไม่สะสมในร่างกายโดยจะถูกทำลายและขับออกหมด

ผู้ที่สูบบุหรี่

จะมีการขับถ่ายกาแฟมากกว่าผู้ที่ไม่สูบดังนั้นคนที่สูบบุหรี่หากต้องการการกระตุ้นของกาแฟจะต้องดื่มกาแฟบ่อยกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ คนท้องและผู้ที่กินยาคุมกำเนิดจะมีการขับกาแฟน้อยกว่าคนทั่วไป

กาแฟจะออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นสมองทำให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ

ปริมาณcaffeine

ที่มีในเครื่องดื่มแต่ละชนิดขึ้นกับความเข้มข้น ตารางข้างล่างเป็นตัวอย่างปริมาณกาแฟ



นักวิทยาศาสตร์ประมาณว่า

วันหนึ่งๆเราจะรับสาร caffeine ประมาณ 250-600 มก.ซึ่งไม่เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย

ผลดีของกาแฟ

กาแฟจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้ไม่ง่วง สมาธิในการทำงานดีขึ้น ผู้ที่ดื่มกาแฟจะทำให้ไม่ง่วงนอน มีสมาธิในการทำงาน

และยังทำให้ความสามารถในการทำงานดีขึ้น และยังลดอาการปวดเมื่อยเนื่องจากไขหวัด

ผลต่อสมรรถภาพของร่างกายดีขึ้น

เช่นการขี่จักรยาน การว่ายน้ำ เล่นกีฬาได้นานขึ้น

ผลดีของกาแฟ


จะทำให้ไม่ง่วงนอนโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะ และช่วยลดอุบัติเหตุขณะขับรถ


กระตุ้นอวัยวะของร่างกายและเพิ่มการเผาผลาญไขมันและช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย

กาแฟจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆดังนั้นขณะออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกายไม่ควรรับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟเพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ

ดื่มนานๆจะติดกาแฟหรือไม่

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าไม่มีหลักฐานว่ากาแฟจะเป็นสารซึ่งหากดื่มนานๆแล้วจะเสพติด การดื่มกาแฟจะเป็นนิสัยมากกว่าเสพติดเนื่องจากไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณของกาแฟ

และเมื่อหยุดกาแฟบางคนก็เกิดอาการปวดหรือมึนศีรษะเพียงเล็กน้อย


ผลดีของกาแฟต่อสุขภาพ

โรคหอบหืด มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วจะลดอาการหอบหืด หากดื่มมากกว่า 6 แก้วการทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้น

กาแฟก็เหมือนกับพืชอื่นๆมีสาร flavanoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

การดื่มกาแฟจะลดอาการง่วงนอน และทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะ และลดอุบัติเหตุขณะขับขี่

กาแฟช่วยลดอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล

การดื่มกาแฟเป็นประจำจะลดอุบัติการณ์การเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และยังลดอุบัติการณ์ของนิ่วในถุงน้ำดี

มีหลักฐานพอจะเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อดื่มวันละ 4 แก้ว


กาแฟกันสุขภาพสตรี

กาแฟกับการตั้งครรภ์ The Food Standards Agency ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะเป็นผลเสียต่อการตั้งครรภ์ แต่จากหลักฐานยังไม่พบผลเสียดังกล่าว

ประเทศอังกฤษได้แนะนำว่า

การดื่มวันละ 3-4 แก้วขณะตั้งครรภ์ไม่เกิดผลเสีย สำหรับผู้ที่ตั้งท้องหากงดได้ก็น่าจะงด การเป็นหมัน

พบว่าหากดื่มกาแฟมากกว่า 1แก้วจะมีโอกาสเกิดการเป็นหมันเพิ่มขึ้น


กาแฟกับโรคกระดูกพรุน

ยังมีรายงานทั้งสนับสนุนว่า

การดื่มกาแฟทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน บางรายงานก็กล่าวว่าไม่เกิดโรค ผู้ที่เกิดโรคกระดูกพรุนมักจะได้รับแคลเซียมไม่พอแนะนำว่าควรจะดื่มนมเริมสำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2 แก้วขึ้นไป


กาแฟกับโรคมะเร็ง

มีรายงานจาก World Cancer Research Fund ว่าการดื่มกาแฟปริมาณปานกลางไม่มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง

มีรายงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟมีผลดีต่อการป้องกันมะเร็งตับอ่อนเล็กน้อย

มีรายงานว่าการดื่มกาแฟอาจจะมีผลป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ๋
.
กาแฟกับโรคหัวใจ

เท่ามีรายงานขณะนี้พบว่าการดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วไม่มีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจ

การดื่มกาแฟเป็นประจำไม่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การดื่มกาแฟครั้งแรกจะทำให้ความดันขึ้นชั่วคราว
.
กาแฟกับโรคเบาหวาน

จากการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟจะทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มขึ้น 15 % กรดไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น ฮอร์โมน epinephrine เพิ่มสูงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

13 พฤศจิกายน 2555

หลักสูตรอบรมกาแฟ




 เป้าหมายของการอบรม ให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมเป็นมืออาชีพ (Professional Barista) มีความรู้ ความเข้าใจในศาสตร์และศิลปะของกาแฟซึ่งความรู้นั้น จะได้ใช้ในการสื่อสารและสนทนากับลูกค้า อีกทั้งจะต้องมีทักษะที่ถูกต้องและเป็นมืออาชีพในการชงกาแฟอีกด้วย รวมถึงผู้ที่ผ่านการอบรมจะต้องสามารถปฏิบัติได้จริงเป็นอย่างดี
     (การอบรมโดย วิทยากรที่ผ่านการอบรมจากสหรัฐอเมริกา มีประสบการณ์ในการเปิดร้านกาแฟ ประสบความสำเร็จหลายสาขา และวิทยากรที่มีประสบการณ์ในการผลิตกาแฟคั่วเกือบ 30 ปี)

   
หลักสูตรอบรมกาแฟขั้นพื้นฐาน Barista Beginner Course 1วัน 5000 บาท
รู้จักประวัติกาแฟ, ชนิดของกาแฟ,การดูเมล็ดและเข้าใจความแตกต่างของArabica และ Robusta, ชนิดของเครื่องชงกาแฟ,ลักษณะของเครื่องชงกาแฟในแต่ละระดับการคั่ว, Technical Term ของกาแฟ การชงกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆในสูตรมาตรฐาน ทั้งสูตรร้อน สูตรเย็น และสูตรปั่น

หลักสูตรอบรมกาแฟระดับสูง Advanced Barista Course 2วัน 10,000 บาท
ศาสตร์ของกาแฟ, คุณสมบัติของเมล็ดกาแฟ, ระดับการคั่ว, การดูเมล็ดและเข้าใจความแตกต่างของArabica และ Robusta ,ทำความรู้จักเครื่องชงกาแฟ และเครื่องบดกาแฟให้มากขึ้น,การปรับความละเอียดของผงกาแฟเพื่อให้ได้ Perfect shot, วิธีชงเครื่องดื่มทุกตัวที่มีในร้านกาแฟ, แนวคิดในการสร้างเครื่องดื่ม Signature ของตัวเอง, การตีฟองนมให้เนียนและการทำ Latte art อย่างง่ายๆ, ฝึกปฏิบัติการชงกาแฟและเครื่องดื่มชนิดต่างๆในสถานที่จริง

  หลักสูตรอบรมกาแฟการบริหารจัดการร้าน Coffee Management Course ประมาณ 5วัน 20,000 บาท
(การอบรมกาแฟระดับสูง + การบริหารจัดการร้าน)
การที่จะมาเป็นร้านกาแฟต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง, การเลือกซื้ออุปกรณ์ วัตถุดิบและเครื่องชงกาแฟให้เหมาะสมกับร้านในรูปแบบต่างๆ, การบำรุงรักษาอุปกรณ์, การออกแบบเคาเตอร์ชงกาแฟ, การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆในเคาเตอร์, การคัดเมนูภายในร้านและการตั้งราคา, การใช้เครื่องขายเงินสด, วิธีการเลือกพนักงานในร้าน, การฝึกอบรมพนักงาน,การคำนวณต้นทุนและการควบคุมการขายของพนักงานขาย


30 ตุลาคม 2555

โปรดเกล้าฯครม.ยิ่งลักษณ์3แล้วปลอดประสพรองนายกฯ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีตามประกาศลงวันที่ 5 ส.ค. 2554 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามประกาศลงวันที่ 9 ส.ค. 2554 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 18 ม.ค. 2555 นั้นบัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้1.พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี2.นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี3.นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี4.นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี5.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี6.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี7.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี8.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี9.นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี10.นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี11.นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี12.นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี13.นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี14.นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี15.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี16.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี17.นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี18.นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี19.นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี20.ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้1.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง2.นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นรองนายกรัฐมนตรี3.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ4.นายวราเทพ รัตนากร เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี5.น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี6.นายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์7.นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์8.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์9.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม10.พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม11.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม12.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน13.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์14.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย15พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย16.นายประชา ประสพดี เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย17.นายสนธยา คุณปลื้ม เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม18.นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี19.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ20.นายประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข21.นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข22.นายประเสริฐ บุญชัยสุข เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม23.นายฐานิสร์ เทียนทอง เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 27 ต.ค. 2555 เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบันผู้รับสนองพระบรมราชโองการยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี