Banner Godaddy

$4.29 .Com with Free Private Registration at GoDaddy.com!

24 มิถุนายน 2553

ท่องเที่ยวไทย ไปเสม็ด






เดินทางไป เกาะเสม็ด ระยอง
เกาะเสม็ด เชื่อกันว่าคือเกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของระยอง ที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทย และชาวต่างประเทศ ตั้งอยู่ตำบลเพ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่. เกาะเสม็ด มีลักษณะเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม ส่วนฐานของเกาะอยู่ด้านทิศเหนือ ซึ่งหันเข้าสู่ฝั่งบ้านเพ มีภูเขาสลับซับซ้อนกันอยู่ 2-3 ลูก มีที่ราบอยู่ตามริมฝั่งชายหาด ส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือ และตะวันออก เหตุที่มีชื่อว่า "เกาะเสม็ด" เพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก.

การเดินทาง เกาะเสม็ด
รถยนต์ สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง ได้แก่
เส้นทางแรก ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบางปู อำเภอบางปะกง จังหวัดชลบุรี บางแสน ศรีราชา พัทยา หาดจอมเทียน สัตหีบ อำเภอบ้างฉาง ไปจนถึงอำเภอเมือง จังหวัดระยอง รวมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนบางนา-ตราด) เริ่มจากตรงจุดสิ้นสุดทางด่วนด่านเฉลิมนคร อำเภอบางนา ผ่านอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 ที่กิโลเมตรที่ 70 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นก็จะผ่านเส้นทางเดียวกันกับเส้นทางที่ 1 รวมระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส 36) จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 2 จนถึงกิโลเมตรที่ 140 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 36 จากนั้นให้เดินทางต่อไปยังจังหวัดระยองด้วยระยะทาง 70 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 344 (ถนนสายบ้านบึง-แกลง) เริ่มจากจังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอบ้านบึง หนองใหญ่ อำเภอวังจันทร์ และสิ้นสุดที่อำเภอแกลง เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร (กรุงเทพฯ-ชลบุรี 80 กิโลเมตร) เส้นทางเส้นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังแหล่งที่องเที่ยวในเขตอำเภอแกลง หรือเดินทางไปยังจังหวัดจันทบุรี หรือจังหวัดตราด และหากต้องการที่จะเดินทางเข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 โดยย้อนกลับมาอีกประมาณ 42 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 7 (สายมอเตอร์เวย์) เริ่มจากถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ไปสิ้นสุดที่ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 75 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 เป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร จนถึงอำเภอเมือง จังหวัดระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 175 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง จาก สถานีขนส่งสายตะวันออก ( เอกมัย) มีรถประจำทางไปยังตัวจังหวัดระยอง และอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดหลายเส้นทาง ได้แก่
สายกรุงเทพฯ - ระยอง, บ้านเพ, แกลง, แหลมแม่พิมพ์, มาบตาพุด, ประแสร์ เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2391 2504
สถานีเดินรถโดยสาร จังหวัดระยอง
โทร. 0 3861 137 9
และมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ เส้นทางสายด่วน มอเตอร์เวย์ ได้แก่ บริษัท ระยอง ทัวร์
โทร. 0 2712 3662
สาขาระยอง โทร. 0 38 86 1 354-5
จาก สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถ ธรรมดา และรถปรับอากาศชั้น 2 หมอชิต- ระยอง ออกทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 04.30-16.30 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2841
ส่วนรถปรับอากาศสายด่วน วิ่งเส้นบางนา-ตราด ออกตั้งแต่เวลา 04.30-21.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระยองทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2 936 1216 สาขาระยอง โทร. 0 3886 1354-5

23 มิถุนายน 2553

ท่องเที่ยวไทยไปหมู่เกาะสุรินทร์


ท่องเที่ยวไทยไปหมู่เกาะสุรินทร์

: การ เตรียมตัว

1.เตรียมเสื้อผ้าสบายๆ แห้งง่าย หรือมีผ้าคลุมบังแดดด้วยก็ดีครับเวลาโดนแดด ส่องด้านข้างเรือจะได้ไม่ร้อน เเต่เรือหางยาวมีหลังคาอย่างดีครับ ชุดว่ายน้ำสำหรับทั้งชายและหญิง ใส่ไว้ข้างใน หรือชุดที่เราใส่ดำน้ำแล้วเรารู้สึกสบายตัวคล่องตัวที่สุด เพื่อให้สะดวกในการดำน้ำ และตากแห้งง่ายเพื่อใช้ใน Trip ต่อไปได้ เสื้อที่ใช้ดำน้ำควรจะเป็นแขนยาวจะดีมากครับ

*** กระเป๋า ที่ใช้ในการเดินทาง สำหรับทริปนี้ แนะนำว่าควรเป็น กระเป๋า แบบเป้ หรือแบบที่สะพายได้ นะครับ เพราะว่าจะสะดวกในการขนย้ายมากกว่า อีกอย่างอาจมีบางช่วง ( โดยเฉพาะบริเวณจุด 200 เมตร บนเกาะ) ที่เราต้องเดินเท้าไปพร้อมกับกระเป๋าเพื่อเข้าที่พัก หากเป็นกระเป๋าล้อลากจะไม่สะดวก เพราะว่าพื้นที่เดินนั้นจะไม่ใช่พื้นเรียบ อาจทำให้กระเป๋าใบเก๋ของเราชำรุดได้นะครับ แนะนำว่าควรเป็นแบบเป้จะดีที่สุดครับ

2.ครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป เพราะลอยตัวในน้ำนานคนที่ดำง่ายต้องเตรียมไปให้พอ (การทาครีมกันแดดนั้นห้ามทาบริเวณดวงตา ให้เว้นเอาไว้เพราะหากโดนน้ำทะเลจะทำให้เราแสบตาและจะทำให้ดำน้ำไม่สนุกครับ และหลังจากทาด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว จุดที่เราควรจะต้องทาเป็นพิเศษคือ หลังคอ หลังหู หลังแขน หลังขา เพราะจุดต่างๆ เหล่านี้เป็นจุดที่จะต้องโดนแดดมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเวลาเราดำน้ำส่วนต่างๆ เหล่านี้จะต้องโดนแดดเต็มๆ ครับ )

3.รองเท้าแตะ หูหนีบ หรือรองเท้ารัดส้นพวก Kito , Adda ก็ได้ครับ

4.หมวกกันแดด แว่นตากันแดด

5.สน๊อคเกิ้ล ใครที่มีก็สามารถนำไปเองได้ครับ จะได้พอดีกับหน้าเราและรู้ใจเรา แต่ทางเพื่อนท่องเที่ยวก็จะเตรียมไว้ให้อยู่แล้วครับเป็นขนาดมาตรฐานครับ สามารถปรับระดับได้ครับ

6.หมอน+ผ้าห่ม +เบาะรองนอน เรามีให้ครับ

7.ถุงกันน้ำสำหรับป้องกันอุปกรณ์ของมีค่าต่างๆ ของเรา

8.ถุงสำหรับใส่ผ้าเปียกที่เราใช้แล้ว

9.เชือกฟาง ติดตัวไปสัก 3-4 เมตร สำหรับทำราวตากผ้าครับ
จุดที่เราจะลงเรือกันครับ ท่าเรือคุระบุรี จ.พังงา
10.กระเป๋าเดินทาง แนะนำว่าควรเป็น แบบเป้ ครับ เพราะจะสะดวกในการขนย้ายขึ้นลงเรือครับ และพวกถุงขนมต่างๆ ที่เราซื้อไปรับประทานที่เกาะ หากเป็นไปได้ควรแพคใส่ในกระเป๋า หรือว่าผูกมัดติดกับกระเป๋าของเราไว้ เพื่อเป็นการป้องการไม่ให้ของเราพลัดหลงไปกับของคณะอื่นครับ

11.บนเกาะมีร็อคเกอร์ให้เช่าเก็บของมีค่าครับ ( ค่าบริการ 30 บาท *** แต่ว่าล๊อกเกอร์จะมีประมาณ 12 ช่องเท่านั้นเองนะครับ ส่วนใหญ่จะไม่เพียงพอกับนักท่องเที่ยว ทางที่ดีไม่ควรนำของมีค่าติดตัวไปเที่ยวเกินความจำเป็นครับ )

12.สำหรับคนที่รักการอ่านพกหนังสือไปอ่านเล่นขณะนั่งเรือไปเกาะก็ได้นะครับ ใช้เวลาในการเดินทางโดยเรือประมาณ 2.30 - 3 ชม. ครับ ( หากท่านใดชอบเมาเรือ ก่อนการเดินทางรบกวนช่วยแจ้งให้ทีมงานไกด์ทราบด้วยนะครับ จะได้ให้ทานยาแก้เมากันไว้ก่อนครับ)

13.ไฟฉาย สำหรับเข้าห้องน้ำ หรือเดินเล่นตอนกลางคืน ประมาณหลัง 22.30 น. ไฟฟ้าบนเกาะจะดับครับ ( ยกเว้นช่วงเทศกาลหรือคนเยอะๆ อุทยานอาจจะขยายเวลาปิดไฟออกไปจนถึงประมาณ 01.00 น. )

14.เตรียมแป้งเย็น ทาตัวสำหรับคนขี้ร้อน เช่น แป้งเย็นตรางูช่วยได้เยอะทีเดียวครับ จะเป็นพัดเล็กๆ สักอัน หรือพัดลมใส่ถ่านเล็กๆ ก็จะเยี่ยมเลยครับ บนเกาะอากาศช่วงหัวค่ำในเต้นท์ค่อนข้างร้อนนิดนึง แต่ดึกๆ ก็จะเริ่มเย็นบ้างครับ

15.เสื่อ ที่พับได้เอาไว้ปูนั่งเล่น ยามค่ำคืนหน้าชายหาดลมเย็นดีครับ ดึกๆ ค่อยเข้าไปนอนในเต้นท์ ( อุทยานมีผ้าใบให้เช่าเหมือนกันครับ ผืนละ 20 บาท แต่มีปริมาณไม่มากนะครับ )

16.ขนมคบเคี้ยวทานเล่น ที่เราชอบ แต่ร้านค้าบนเกาะก็มีขายนะครับ แต่ราคาอาจจะแพงกว่านิดหน่อยเนื่องจากอยู่ไกลฝั่ง ยกตัวอย่างนะครับ แอลกอฮอล์ที่เป็นป๋องๆ หน่ะ 35-50 บาท น้ำอัดลมกระป๋องละ 20 บาท จะเตรียมไปเองหรือจะไปซื้อที่เกาะตามสะดวกได้เลยครับ ส่วน น้ำแข็งบนเกาะมีขายครับ แต่เอาแน่เอานอนไม่ได้นะครับ บางวันก็มีบางวันก็หมดเพราะต้องรอเรือเสบียงมาส่งครับ แนะนำว่าเป็นแบบ On The Rock มะนาวบางๆ เกลือนิดหน่อยท่าจะดีกว่าครับ) อ้อ! บนเกาะยังมีของที่ระลึกจำพวกพวก โปสการ์ด ฯ รวมถึงเสื้อของอุทยานขายด้วยนะครับ ราคาประมาณ 180-200 บาท ( ที่หมู่บ้านมอแกนที่เราจะไปเที่ยวกันก็มีของที่ระลึกที่ชาวมอแกนทำเพื่อ จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้วยเช่นกันครับ )
** ขนมทุกอย่างที่เรานำไปรับประทานที่เกาะ หากแกะซองแล้วควรรับประทานให้หมด เนื่องจากขนมที่เปิดซองทิ้งไว้อาจนำเหล่าบรรดามด มาสู่เต้นท์นอนของเราได้ครับ จึงควรผูกมัดเก็บให้มิดชิดครับ

17.กล้องถ่ายรูปพร้อมแบตสำรอง ซึ่งบนเกาะก็ยังสามารถ charge แบตได้ครับแต่ต้องไปยืนเฝ้ากันเองน๊า (จะ charge ได้ก็ต่อเมื่อหลัง 5-6 โมงเย็นไปแล้วครับไฟฟ้าถึงจะเริ่มปั่น) ถามเจ้าหน้าที่้ทุกคนได้ว่าจุดไหนสามารถ charge แบตได้บ้างครับ ส่วนใหญ่จุดเสียบจะอยู่บริเวณโรงอาหารครับ อ้อ!! ให้ดีควรเตรียมเต้าเสียบเล็กๆ (สำหรับเพิ่มช่อง) ติดไปด้วยสักอัน เพราะว่าหากคนเยอะ ปลั๊กสำหรับเสียบอาจมีไม่เพียงพอครับ

18.ล่าสุด! บนเกาะีสัญญานโทรศัพท์ระบบ GSM และ DTAC สามารถใช้งานไ้ด้แล้วครับ ส่วนสัญญาณระบบ True move ยังใช้ไม่ได้ครับ อ้อ! แต่ก็ยังมีีโทรศัพท์ระบบดาวเทียมเอาไว้ให้โทรได้นะครับ โดยใช้บัตรพินโฟน (บนเกาะมีบัตรพินโฟนขาย แต่ก็เอาแน่นอนไม่ได้ว่าจะหมดหรือเปล่านะครับ หากจำเป็นต้องโทรจริงๆ เตรียมไปจะสะดวกกว่านะครับ)

19.สำหรับคอกีฬาฟุตบอล ปกติแล้วทางอุทยานจะมีสัญญาณ UBC ถ่ายทอดให้ชมกันครับ ( แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจไม่แน่เสมอไปว่า ณ เวลาที่เราเดินทางไปนั้น ทางอุทยานจะยังคงมีสัญญาณ UBC หรือเปล่านะครับ )

20.ยาสำหรับโรคประจำตัวของแต่ละคน ( ห้ามลืม! นะครับ เพราะว่าเราอยู่เกาะที่ห่างไกลจากชายฝั่งมาก หากเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นจะไม่สะดวกครับ ) เพราะฉะนั้นเราควรเตรียมสุขภาพร่างกายให้เเข็งแรงจะได้ไม่ป่วยเวลาเที่ยว ครับ

21. กระแสไฟฟ้าบนเกาะจะเริ่มปั่นเวลา 18.00 ถึงประมาณ 22.30 น. ใครที่ต้องการจะ Chart แบตเตอรี่มือถือ หรือว่ากล้องถ่ายรูปสามารถนำไป Chart ได้บริเวณร้านค้าสวัสดิการของทางอุทยาน แต่ว่าจะต้องเฝ้าสมบัติของแต่ละคนกันเองนะครับ ปลั๊กสำหรับเสียบค่อนข้างมีจำนวนน้อยต้องรอคิวกันครับ หรือท่านใดจะติดปลั๊กแยกสำหรับเพิ่มช่องเสียบเล็กๆ ไปสักอันนึงก็ได้นะครับ จะได้ไม่ต้องรอคิวกันครับ

22.กฏระเบียบการรับประทานอาหารเช้าของอุทยาน อาหารเช้าปกติบนเกาะจะเิ่ริ่มที่เวลา 07.30 น. และอาหารเย็นจะเริ่มที่ 18.30 น. ครับ และเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ทางอุทยานจะมีจุดสำหรับเก็บภาชนะ จาน ชาม ที่เราทานเสร็จเรียบร้อย ขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันนำภาชนะจานชามที่ทานเสร็จแล้ว ไปวางยังจุดที่ทางอุทยานจัดไว้ให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
**** ยกเว้น! ช่วงวันจักกรี 2-6 เม.ย. 53 และช่วงวันสงกานต์ 12-16 เม.ย. 53 ทริ ปของ เพื่อนท่องเที่ยวจะทานอาหารบนเรือ ( บุพเฟ่ ) ทุกมื้อครับ เนื่องจากหลีกเลี่ยงปริมาณนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลซึ่งมีค่อนข้างเยอะ และที่นั่งรับประทานอาหารของอุทยานมีไม่เพียงพอครับ

23.ทุกครั้งที่ออกไปดำน้ำ รบกวนให้นักท่องเที่ยวปิดประตูหน้าต่างเต้นท์ให้เรียบร้อย เนื่องจากบนเกาะสุรินทร์ฝนอาจตกได้ทุกเวลาครับ เพื่อเป็นการป้องการไม่ให้ฝนสาดเข้าไปในเต้นท์ เพราะฉะนั้นเราปิดไว้ก่อนดีกว่าครับ

25.ส่วนใหญ่การเดินทางท่องเที่ยวของสมาชิกทุกคนจะเป็นลักษณะการมาจอยกรุ๊ป กัน ต่างคน ต่างมา เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ที่เราลงเรือลำเดียวกัน ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบนเกาะ ขอเพียงให้นักท่องเที่ยวทุกท่าน "เปิด ใจ" เพื่อนใหม่ก็อยู่ใกล้ๆ ตัวเรานี่เองครับ มาช่วยกันเก็บความทรงจำที่ดีร่วมกันดีกว่าครับ

25.สุด ท้ายที่ขาด ไม่ได้คือ...หัวใจที่รักและเข้าใจธรรมชาติ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่มาก ดังนั้น..สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
จึงมีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวในระดับหนึ่งเท่านั้นครับ และหมู่เกาะสุรินทร์จะยังคงความสวยงามต่อไป หากพวกเราปฏิบัติตามกฏเกณฑ์แห่งท้องทะเลครับ

22 มิถุนายน 2553

ท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวกระบี่



เมืองไทย.คอม ขอหลบอากาศร้อนๆ จากกรุงเทพ หนีลงทะเลใต้จังหวัดกระบี่กันซักหน่อย เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.กระบี่ โดยใช้เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-กระบี่








วัน แรกของการเดินทาง
ลง จ.กระบี่ ครั้งนี้ เราจัด Trip ที่ท่องธรรมชาติอันสวยงามหลายที่เลยทีเดียว เริ่มต้นภารกิจแห่งความสุขวัน แรก หลังจากอยู่ในเมืองกระบี่ พักผ่อนพอสบายหายเหนื่อยจากการเดินทางมาแล้ว เช้านี้ เราจึงออกจากตัวเมืองไปยัง อำเภอคลองท่อม ด้วยการพาไป ” น้ำตกร้อน ” ซึ่งเป็นหนึ่งใน Unseen ของจังหวัดกระบี่ ระหว่างทางแวดล้อมไปด้วยสวนยางพารา และสวนปาล์ม ก่อนเข้าสู่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เขาปะบางคราม อ. คลองท่อม ค่าบริการผ่านทาง คนละ20 บาท
” น้ำตกร้อน “นี้เกิดจากน้ำร้อนใต้ดินที่ผุดขึ้นกลางป่า สายน้ำไหลผ่านป่าระกำลงสู่เบื้องล่าง ลำคลองสะพานยูง บางช่วงมีควันกรุ่นและคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนาทำให้เกิด ทัศนียภาพสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลงสู่คลองท่อมลดระดับเกิดเป็นลักษณะคล้าย ชั้นน้ำตกเล็ก ๆ คุณจะเล่นน้ำตกร้อน ที่มีอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส หรือจะอาบน้ำแร่อุ่นๆแบบสปาธรรมชาติก็ได้ เราประทับกับธรรมชาติที่นี่เป็นอย่างมาก

เดิน ทางต่อไปยังสระน้ำใสสะอาด ขนาดใหญ่ในอ้อมกอดของป่าดงพงไพร กว้างประมาณ 25 ม. ยาว 20 ม. และลึกประมาณ 2 ม. น้ำใสจนมองเห็นพื้นหินด้านล่าง ซึ่งมีสีเขียวมรกต อันเป็นที่มาของชื่อ “สระมรกต” ค่าบริการผ่านทาง คนละ20 บาท แต่ก่อนที่เราจะได้ชมความงามนั่น เราต้องเดินเข้าไป ประมาณ 800 เมตร หรือจะเลือกเส้นทางเดินเพื่อศึกษาธรรมชาติที่มีระยะการเดินประมาณ 2.7 กิโลเมตร แต่ก็จะมาบรรจบกันที่สระมรกตที่เดียวกัน ตลอดเส้นทางเดินธรรมชาติเป็นป่าร่มรื่นเขียวชอุ่ม ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ที่น่าสนใจเป็นแหล่งชมนกหายากก่อนถึงสระมรกตก็จะพบกับ สระแก้ว น้ำใสสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยพืชน้ำที่ขึ้นกันอย่างหนาแน่น




เช้า วันที่สอง ถึงคิวพาเที่ยวทะเล วันนี้จะพาไปดำน้ำชมสิ่งมหัศจรรย์ใต้น้ำว่างดงามเพียงใด ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณเหม ผู้บริหารเรือเพชรไพลิน ของบริษัทลันตา เพชรไพลิน จำกัด เป็นเรือสองชั้น ชั้นบนจะเป็นชั้นลอยสำหรับนั่งอาบแดดหรือชมวิวในมุมกว้าง เรือเพชรไพลินให้บริการเรือนำเที่ยวหมู่เกาะต่างๆ ภายใน 1 วัน ด้วยโปรแกรม “4 Islands one day trip” เรือออกประมาณ 9 โมง พาไปดำน้ำดูปะการัง
จุดแรกคือ “เกาะเชือก” ชมปะการังเจ็ดสี หนึ่งเดียวในท้องทะเลตรัง หลังจากเราเต็มอิ่มกับความงามของประการัง ปลาและโลกใต้ทะเลที่เกาะเชื่อกแล้ว ก็ไปต่อที่ “เกาะมุข” เพื่อแวะทานข้าวกลางวัน เติมพลังแล้วก็ลุยกันต่อที่ “เกาะม้า” ชมปะการังอ่อน หลายๆ ชนิดที่สมบูรณ์ น้ำใส สามารถเห็นปลาการ์ตูน ปลาลายเสือมากมาย และที่เกาะม้านี่เองที่เราเจอ ปลาไหลมอลเลย์ ที่หาดูได้ยาก
น่าเสียดายที่ได้แวะ “เกาะม้า” เป็นเกาะสุดท้าย ด้วยเพราะฟ้าฝนและสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ จึงอดแวะไปที “เกาะไหง” วันนี้เก็บภาพประทับใจของทิวทัศน์ธรรมชาติของทะเล ตรัง-กระบี่ อันงดงามระหว่างการท่องเที่ยวเพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันน่ะค่ะ สามารถติดต่อ เรือเพชรไพลิน ได้ที่ โทร/แฟกส์ 075-684-428, 075-667-033-4
มือถือ. 081-979-9001